Uncategorized

อับแบนดอน เทพผู้ทำลายล้าง

 

       มีคำพยาการณ์ถึงการล่มสลายของโลกมากมาย แต่ที่โด่งดังที่สุดเห็นจะเป็นคำทำนายของหมอดูชื่อก้องโลกอย่างนอสตราดามุส ที่ทำนายไว้ว่าโลกจะถึงกาลอวสานเมื่อมีอุกกาบาตใหญ่วิ่งเข้ามาชนโลก

แต่อีกหนึ่งคำทำนายที่มีผู้เชื่อถือทั่วโลกถึง 1 พันล้านคนเห็นจะเป็นคำทำนายถึงวันสิ้นโลกในพระคะมภีร์ไบเบิ้ลซึ่งกล่าวว่า จะมีเทพผู้ทำลายล้างในนามพระเจ้าขึ้นมาจากหุบเหวนรกเพื่อทำลายโลกให้เป็นไปตามบัญชาของพระองค์

โดยตอนหนึ่งในพระวิวรณ์ฉบับภาษาฮิบรู (ซึ่งเป็นฉบับเก่าแก่โบราณและไม่ได้มีใช้ทั่วไป) กล่าวไว้ว่า “เมื่อช่วงเวลาสุดท้ายมาถึง ทูตสวรรค์องค์ที่ห้าจะเป่าแตรขึ้น ดาวดวงหนึ่งที่ได้ตกจากฟ้าลงมาที่แผ่นดินโลก

พระเจ้าประทานลูกกุญแจสำหรับช่องของบาดาลลึกให้แก่ดาวดวงนั้น เมื่อช่องบอลบาดาลได้ถูกไขเปิดขึ้น ก็มีควันมากมายพวยพุ่งขึ้นมาจากช่องนั้นเหมือนอย่างควันของเตาใหญ่ แม้ดวงอาทิตย์และท้องฟ้าก็มืดมิดด้วยควันนั้น ฝูงตั๊กแตนกระโดดออกจากควันนั้นมายังแผ่นดินโลก

พระเจ้าประทานอำนาจแก่ตั๊กแตนพวกนั้นเหมือนอย่างอำนาจของพวกแมงป่องผู้เต็มไปด้วยพิษร้าย ท้ายที่สุดราชาเหล่านั้นจะก้าวขึ้นมาบนผิวโลกอัปแบนดอนจะเป็นผู้ควบคุมตั๊กแตนทั้งหมด

เทพแห่งการทำลายล้างจะได้รับพลังจาดพระเจ้าในการทรมานและลงโทษคนบาปผู้ที่ไม่มีตราประทับของพระผู้เป็นเจ้า”

อาฮุยโซตัลท์ ข้ารับใช้ของเทพเจ้า

แม้จะทีคนจำนวนไม้นองที่รักสุนัข ไม่ว่าจะตัวจิ๋วอย่างพันธุ์ปอมเมอเรเนียน หรือตัวใหญ่ยักษ์ที่สิบเชื่อสายมาจากหมาป่าอย่างไซบีเรียนฮัสกี้ก็ตาม แต่หากต้องเผชิญหน้ากับหมาป่ายักษ์ที่มีขนาดตัวสูงเท่ามนุษย์จะสยองขนาดไหนนะ

อาฮุยโซตัลท์ สุนัขปีศาจในตำนานของชาวแอสเท็ก มีขนาดสูงเกือบเท่ามนุษย์ที่ประมาณ 6-4 ฟุต ผิวหนังของมันที่ดูเรียบเป็นมันตลอดเวลานั้นมีความแข็งแกร่งทนทานต่ออาวุธเกือบทุกชนิด ดวงตาสีแดงฉานที่มองเห็นได้ดีในความมืด และที่ปลายหางที่ยาวเกือบ 5 เมตรของมันนั้น มีลักษณะเหมือนมือมนุษย์ที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ซึ่งหน้าที่สำคัญของมือนั้นก็คือจับเหยื่อเป็นอาหารอันโอชะนั่นเอง

ชาวแอสเท็กเชื่อว่า อาฮุยโซตัลท์อาศัยยู่ในป่าลึกของพื้นที่ที่กลายเป็นผืนป่าดิบชิ้นอันกว้างใหญ่ของประเทศเม็กซิโก มันมักซ่อนตัวดักจับเหยื่อบริเวณหนองน้ำที่มืดครึ้ม ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ป่าที่มาอาศัยหนองน้ำในการดับความกระหาย แต่บางครั้งก็มีมนุษย์หลงเข้ามาบ้าง อาซุยโซตลท์มักะหลีกเลี่ยงการปะทะ โดยเฉพาะหากอยู่ตัวคนเดียว มันมักจะใช้หางของมันขับเหยื่อก่อนที่จะรู้ตัว แล้วเหวี่ยงลงหนองน้ำให้สำลักน้ำจนตาลก่อนที่จะจับลากกลับไปยังถ้ำที่อยู่อาศัยของมัน รู้ไหมว่าอาซุยโซตัลท์ชอบกินลูกตา เล็บและฟันมากที่สุดเลยละ แต้แม้ว่าจะเป้นอสูรกายที่แสนอำมหิต ชาวแอสเท็กก็ไมได้ออกล่าเพื่อแก้แค้นแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าอาซุยโซตัลท์เป็นสัตว์รับใช้ขององค์เทพบาล็อก เทพเจ้าแห่งสายน้ำนั่นเอง

เลอเนียนไฮดรา ผู้พิทักษ์ทางเข้ายมโลก

ไฮดรา มังกรยักษ์ 9 หัว ทั่วร่างกายล้วนปกคลุมไปด้วยเกล็ดที่แข็งแกร่งราวกับเพชร มีลมหายใจเป็นพิษ ขนาดที่ใครเข้าใกล้ปุ๊บ ตายปั๊บเลย สิ่งที่โหดที่สุดคือ ความสามารถพิสดารที่จะงอกหัวออกมาใหม่ได้แม้จะถูกตัดไปแล้วก็ตาม ชาวกรีกในสมัยโบราณเชื่อว่าโลกแบน หากเดินทางไปเรื่อยๆ จนสุดขอบโลก ก็จะพบช่องทางลับลงไปยังโลกแห่งความตายได้ เหล่าเทพบนสวรรค์จึงมอบหมายหน้าที่สำคัญแก่ไฮดรา หนึ่งในบรรดาเผ่าพันธุ์อสุรกายของไทฟอนนั่นคือให้ลงมาประจำการอยู่บึงเลอร์นา ช่องทางพิเศษลงไปสู่ยมโลกสำหรับผู้ที่ยังไม่ตาย นานวันเข้าจากชื่อไฮดราเฉยๆ คนก็เรียกเป็นเลอร์เนียนไฮดรา ตามชื่อบึงที่ประจำการอยู่นั่นแหละ เจ้าตัวนี้ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ที่ดีมาหลายร้อยปี จนกระทั่งกษัตริย์ยูริฑิอุสส่งเฮอร์คิวลีสมาปราบเจ้าเลอร์เนียนไฮดรา ซึ่งสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่วีรบุรุษชาวกรีกผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะต้องคอยกลั้นหายใจเพื่อหลีกเลี่ยงลมหายใจพิษเวลาต่อสู้แล้ว ยิ่งตัดหัวไฮดรามากเท่าไหล่ ก็ยิ่งงอกออกมาเรื่อยๆ อย่างกับหางจิ้งจก แถมแม่เลี้ยงตัวป่วนอย่างเทพีเฮรายังส่งปูมาคอยหนีบข้อเท้าอีกต่างหาก หลังจากพยายามต่อสู้อยู่พักใหญ่ จึงไปชวนอีโอลุสผู้เป็นหลานมาช่วยกันปราบปีศาจซะเลย โดยเมื่อเฮอร์คิวลีสตัดหัวแล้ว อิโอลุสจะต้องเอาไฟไปจ่อแผลที่เพิ่งโดนตัดทันที อีกตำนานบอกว่า เอาพิษในเลือดของไฮดราเองนั่นแหละไปทาแผล เพื่อไม่ให้หัวงอกออกมาใหม่ได้ ท้ายที่สุดด้วยความร่วมมือร่วมใจกัน ทั้งสองก็ปราบอสุรกายยักษ์ 9 หัวลงได้ เฮอร์คิวลีสยังเอาลูกธนูที่ได้รับจากเทพอพอลโลไปอายาพิษจากเลือดของไฮดราไว้สำหรับปฏิบัติภารกิจอื่นๆต่อไป ส่วนใหญ่ก็ปราบปีศาจอ่ะนะ สรุปเลือดไฮดรานี่แหละ ที่ฆ่าพี่น้องตัวเองที่เหลืออยู่ไปอีกหลายคนเลย

โครคัตต้า เสียงเพรียกแห่งความตาย

      โครคัตต้า เสียงเพรียกแห่งความตาย

      โครคัตต้าเป็นสัตว์นตำนานของประเทศอินเดียและเอธิโอเปีย จากบันทึกหลักฐนของลพินีอุส แม่ทัพและนักธรรมชาติวิทยาในจักวรรดิโรมันได้บรรยายลักษณะของโครดัตต้าไว้ว่า รูปร่างเหมือนลูกผสมระหว่างหมาป่าไฮยีน่า สิงโต และเสือ ตามลำตัวเป็นจุดคล้ายๆเสือดาว พลินิอุสยังได้นำโครดัตต้ามายังโรมันเพื่อถวายต่อองค์จักพรรดิอีกด้วย เขายังได้เน้นย้ำถึงความสารถพิเศษของโครดัตต้าไว้ด้วยว่า พวกมันเป็นสัตว์ที่มีสมองเป้นเลิศ มีไอคิวสูง ทั้งยังสามารถเสียงเสียงที่ได้ยินมาก่อนหน้านั้นได้ โดยเฉพาะเสียงพูดของคน โครดัตต้ามักอาศัยอยู่บริเวณชายป่าใกล้กับชุมชนทีอาศัยของมนุษย์ อาหารหลักเป็นเนื้อสัตว์จำพวกแกะที่มันแอบขโมยกิน แต่ถ้าหากตัวไหนได้มีโอกาสลิ้มรสมนุษย์แล้วละก็ พวกมันจะตั้งหน้าตั้งตาล่าแต่มนุษย์เท่านั้น ชาวอินเดียเชื่อว่า พวกมันมักซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้เพื่อฟังมนุษย์คุยกัน และจะจดจำชื่อรวมทั้งวิธีออกเสียงของเหยื่อที่มันเล็งเอาไว้ ทั้งยังมีความอดทนสะกดรอยตามเหยื่ออย่างเงียบเชียบ รอจนกระทั่งอยู่ในสถานที่รกร้างห่างไกลผู้คน พวกมันก็จำทำเสียงเรียกชื่อเหยื่อ หากมนุษย์ผู้นั้นไม่เฉลียวใจ และเดินมายังทิศทางของเสียงเรียกนั้น โคตคัตต้าก็จะกระโดดเข้าขย้ำคอพร้อมทั้งฉีกเนื้ออย่างโหดร้าย บางครั้งพวกมันก็เลียนเสียงผู้หญิงร้องให้หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลืออีกด้วย ชาวอินเดียและเอธิโอเปียมีคำเตือนให้ระมัดระวังเสียงเรียกชื่อในสถานที่เปลี่ยวๆอยู่เสมอ

ผู้หญิงเล่นแทงบอลออนไลน์

ผู้หญิงเล่นแทงบอลออนไลน์

เจนเป็นเพื่อนผู้หญิงที่ผมทึ่งสุด ๆ เลยครับเพราะเธอชอบเล่นแทงบอลออนไลน์ ผมนี่ช็อคเลยตอนเห็นเจนเล่น แบบปกติผู้หญิงเขาจะไม่แทงบอลกันอะไรแบบนี้ แต่เจนนนี่ชอบแบบสุด ๆ เลยครับ วิธีแทงบอลเต็งเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ ผมถามไม่ไปเล่นกับโต๊ะบอลล่ะ เจนก็บอกอายไม่กล้าเดินไป เลยเล่นผ่านเว็บในคอมพิวเตอร์ดีกว่าสะดวกดี อีกอย่างไม่มีใครรู้ด้วย มีผมคนเดียวที่แหละที่รู้ว่าเจนเล่น วิธีแทงบอลเต็งเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ เพราะเราสนิทกันครับ บางวันผมยังไปนั่งดูเจนเล่นเลย ดูน่าสนุกดี

อัคโคะโระคามุอิ ปลาหมึกยักษ์เทพเจ้า

อัคโคะโระคามุอิ ปลาหมึกยักษ์เทพเจ้า

         จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สามารถสันนิษฐานได้ว่า ปลาหมึกในสมัยโบราณเมื่อร้อยล้านปีที่แล้วมีขนาดใหญ่โตบิ๊กเบิ้ม ขนาดความยาวหลายร้อยเมตร แต่ปลาหมึกขนาดมหึมาเหล่านั้นก็ทนกับการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ได้จนล้มหายตายจากไปมากมาย แต่ดูเหมือนว่าจะมีอยู่ตัวหนึ่งที่ยังคงมีชีวิตรอดมาสร้างตำนานความหวาดกลัวให้กับชาวไอนุ ซึ่งเป็นชนเผ่าชาวญี่ปุ่นโบราณ พวกเค้าเรียกปลาหมึกอสุรกายที่มีขนาดความยาว 120 เมตรนี้ว่า อัคโคะโระคามุอิ มีเรื่องเล่าถึงกำเนิดอัคโคะโระคามุอิว่า ที่อ่าวอุชิอุระบนเกาะฮอกไกโด มีหมู่บ้านโชคร้ายถูกสาปให้มีปีศาจแมงมุมยักษ์ที่อาละวดอย่างบ้าคลั่งโยนลงไปในทะเล แต่แมงมุมตัวนั้นกลับพองตัวขึ้นเรื่อยๆ ขาก็กลายเป็นหนวดอวบอ้วนสีแดง เจ้าแมงมุมได้ถูกเทพสาปให้กลายเป็นปลาหมึกยักษ์ไปเสียแล้ว และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นอัคโคะโระคามุอิ ฐานที่เป็นปลาหมึกขององค์เทพ มันจึงได้รับการสักการะนับถือไปโดยปริยายในฐานะเทพเจ้าแห่งการรักษา นอกจากจะมีศาลเจ้าเป็นของตัวเองแล้ว อัคโคะโระคามุอิยังได้รับการบูชาด้วยอาหารมากมายแทนการบูชายัญเพื่อดับความพิโรธของมันอีกด้วย ปัจจุบันนี้ มีชาวญี่ปุ่นที่เลื่อมใสในลัทธิชนโตบางกลุ่มยังคงสืบทอดพิธีกรรมที่ว่ามาจนถึงทุกวันนี้

 

บั๊กแบร์ อสุรกายจอมลักพา

         ไม่ว่าจะซอกมุมไหนของโลก ก็มักจะมีตำนานเล่าขานถึงอสุรกายตัวแสบที่คอยลักพาตัวเด็กน้อยไปจากอ้อมอกของผู้เป็นพ่อเป็นแม่อยู่เสมอ บริเวณประเทศเวลส์ และสก็อตแลนด์ก็เช่นกัน มีเรื่องเล่าของปีศาจจอมลักพาตัวที่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวและแสนจะดุร้าย อสุรกายจอมโหดตัวนี้มีชื่อว่า บั๊กแบร์ ซึ่งคำว่าแบร์ในภาษาเวลส์ไม่ได้แปลว่า หมี เหมือนในภาษาอังกฤษ แต่เป็นคำใช้เรียกปีศาจตัวแสบอย่างพวกก็อบลินต่างหาก บั๊กแบร์จึงถือได้ว่าเป็นปีศาจก็อบลินชนิดหนึ่งนั่นเอง พวกมันชอบอาศัยอยู่ในป่าลึก คอยหลอกล่อให้เด็กๆที่ชอบเข้าไปเล่นในป่าหลงเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ จนถูกบั๊กแบร์จับเอาไปกินได้ง่าย ชาวเวลส์และสก็อตแลนด์ต้องคอยสอนเด็กๆอยู่เสมอว่าอย่าเล่นศนจนเกินพอดี จนถึงขนาดมีเพลงขับร้องไว้ให้เด็กๆ ร้องเอาไว้เตือนใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกวันนี้บั๊กแบร์ไม่ใช่แค่อสุรกายน่ากลัวในตำนานที่ล่าขานกันในหมู่ชาวบ้านในดินแดนที่ห่างไกลของเวลส์และสก็อตแลนด์อีกต่อไป เพราะนักเขียนชือ่ห้องโลกหลายคนอย่างเช่น เชคสเปียร์ นำมันมาอยู่ในวรรณกรรมหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ มันยังเป็นหนึ่งในอสุรกายในเกมชื่อดังอีกด้วย

อสูรกายในตำนาน

แวะคุยกันก่อน ความมืดเป้นที่หวั่นกลัวของผู้คนทั่วโลกมาแต่โบราณ ไม่ว่าจะชนเผ่าไหนหรืออารยธรรมใดก็จะมีเรื่องเล่าลือถึงอสุรกายจอมชั่วร้ายที่แอปแฝงตัวซุ่มซ่อนมากับความมืดอยู่เสมอ แล้วอสุรกายบางตนนั้นก็ไม่ใช่แค่ผีร้ายธรรมดา แต่มีสายเลือดเทพเจ้าอันยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยพละกำลังมหาศาลแถมบางตนก็อยู่มานานเป็นพันๆ ปีอีกซะด้วย คิดดูสิว่า แต่ละตนจะร้ายกาจขนาดไหน พี่ฟ็อกซ์กี้จะพาไปค้นตำนานอสูรจอมโหดที่บางครั้งอาจจะไม่ได้โหดร้ายเหมือนหน้าตาก็ได้ แล้วบอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าอยากให้ได้อรรถรสครบถ้วนบริบูรณ์ละก็ ต้องอ่านเล่มอื่นๆ ในชุดเทพและปีศาจในตำนานให้ครบหมด เพราะว่าอสุรกายทั้งหลายบางทีก็เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าในตำนานต่างๆ อย่างแน่นแฟ้นเลยละ

อัคลัต อสุรกายแห่งดินแดนขั้วโลก ลึกเข้าไปในดินแดนแห่งทุ่งน้ำเข็งที่ไม่มีวันจบสิ้นของขั้วโลกเหนือ เป้นที่อยุ่อาศัยของสัตว์ประหลาดที่แสนจะดุร้ายนามว่า อัคลัต ชาวอินนูอิตหรือชาวเอสกิโมที่อลาสก้านั้นเชื่อว่า ในเวลาปกติอัคลัตจะมีร่างเป็นวาฬเพชรฌฆาต ออกล่าเหยื่ออย่างเหี้ยมโหด เมื่อไหร่ก็ตามที่มีใครเห็นอัคลัตขึ้นมาจากทะเล เมื่อนั้นจะต้องมีชาวอินนูอิตถูกฆ่าเป็นอาหารไปเสียทุกครั้ง แต่ชาวอินนูอิตบางหมู่บ้านกลับมีเรื่องเล่าถึงการกำเนิดของอัคผิดแปลกไปจากความเชื่อส่วนใหญ่ พวกเขาเชื่อว่า อัคลัตคือชายชาวอินนูอิตผู้หนึ่งที่ผูกพันกับท้องทะเล วันหนึ่งเค้ากลับจากการหาปลา เดินทางเข้าหมู่บ้านตามปกติแต่ผิวหนังของเค้ากลับแปรเปลี่ยนไปเหมือนกับผิวของปลา ทั้งผังมีสีเข้มกับสีขาตัดกันอย่างผิดปกติ ชาวบ้านหวาดกลัวจึงขับไล่ชายผู้น่าสงสารนี้ออกไปจากหมู่บ้าน เค้าไปอาศัยอยู่กับหมาป่าฝุงหนึ่ง ยามหิวก็ออกล่าชาวหมู่บ้านที่ขับไล่เค้าออกมาร่วมกับหมาป่ากลุ่มนั้น ไม่นานก็มีคนเห็นว่าชายประหลาดผู้นี้เดินลงทะเลกลายร่างเป็นวาฬเพชรฌฆาตว่ายหายออกไปในทะเล และยังเชื่อว่า ทุกคราที่ความหิวครอบงำ อัคลัตจะขึ้นมาจากผืนมหาสมุทรออกล่าอาหารก่อนกลับคืนสู่ท้องทะเลอีกครั้ง เป็นเช่นนี้เรื่อ่ยไปตลอดกาล

อัคโคะโระคามุอิ ปลาหมึกยักษ์เทพเจ้า จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สามารถสันนิษฐานได้ว่า ปลาหมึกในสมัยโบราณเมื่อร้อยล้านปีที่แล้วมีขนาดใหญ่โตบิ๊กเบิ้ม ขนาดความยาวหลายร้อยเมตร แต่ปลาหมึกขนาดมหึมาเหล่านั้นก็ทนกับการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ได้จนล้มหายตายไปจากไปมากมาย แต่ดูเหมือนว่าจะมีอยู่ตัวหนึ่งที่ยังคงมีชีวิตรอดมาสร้างตำนานความหมวดกลัวให้กับชาวไอนุซึ่งเป็นชนเผ่าชาวญี่ปุ่นโบราณพวกเค้าเรียกปลาหมึกอสุรกายที่มีขนาดความยาว 120 เมตรนี้ว่า อัคโคะโระคามุอิ มีเรื่องเล่าถึงกำหนดอัคโคะโระคามุอิว่า ที่อ่าวอุชิระบนเกาะฮอกไกโด มีหมู่บ้านโชคร้ายถูกสาปให้มีปีศาจแมงมุมยักษ์มาทำลายหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงสวดมนต์ขอเทพเจ้าแห่งท้องทะเลให้ช่วยเหลือ ทันใดนั้น ก็มีคลื่นยักษ์บิดม้วนเป็นรุปฝ่ามือมาจับปีศาจแมงมุมยักษ์ที่อาละวาดอย่างบ้าคลั่งโดยนลงไปในทะเล แต่แมงมุมตัวนั้นกลับพองตัวขึ้นเรื่อยๆ ขาก็กลายเป็นหนวดอวบอ้วนสีแดง เจ้าแมงมุมได้ถูกเทพเจ้าสาปให้กลายเป็นปลาหมึกยักษ์ไปเสียแล้ว และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นอัคโคะโระคามุอิ ฐานที่เป็นปลาหมึกขององค์เทพ มันจึงได้รับการสักการะนับถือไปโดยปริยายในฐานะเทพเจ้าแห่งการรักษา นอกจากจะมีศาลเจ้าเป็นของตัวเองแล้ว อัคโคะโระคามุอิ ยังได้รับการบูชาด้วยอาหารมากมายแทนการบูชายัญเพื่อดับความพิโรธของมันอีก ด้วย ปัจจุบันนี้ มีชาวญี่ปุ่นที่เลื่อมใสในลัทธิชินโตบางกลุ่มยังคงสืบทอดพิธีกรรมที่ว่ามาจนทุกวันนี้